Page 1 of 2
เธอตามมาด้วย
ผมเคยทำงานเป็นอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิแห่งหนึ่ง ตอนนั้นใจผมไม่ได้คิดหวังสิ่งใดตอบแทน คิดเพียงว่าต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่ตกทุกข์ได้ยาก กลุ่มของผมมีด้วยกัน 4 คนคือ เจ้าโจ้ เจ้าเอ เจ้าอ้วน และผม ซึ่งพวกเราจะรวมกลุ่มกันขับรถออกตระเวนตามถนนหนทางไปเรื่อยๆ ซึ่งรถที่พวกผมใช้กันนั้นก็เป็นรถปิกอัพของทางมูลนิธินั่นเอง

คืนนั้น พวกผมก็ขับรถออกไปตามถนนเหมือนเคย แต่คืนนั้นพวกผมเลือกที่จะมุ่งหน้าไปแถวๆ ฝั่งธนบุรี เพราะอยู่แต่ฝั่งพระนครมาทุกคืนแล้ว เลยอยากเปลี่ยนเส้นทางบ้าง พวกผมขับรถกันมาเรื่อยๆ ดูเวลาก็เที่ยงคืนเศษๆ ไม่พบเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุอะไร เลยตกลงกันว่าอีกสักพักถ้าหากไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็จะขับรถกลับศูนย์ รอฟังแจ้งเหตุทางวิทยุดีกว่าขืนขับรถไปทั้งคืนอย่างนี้คงไม่ไหวแน่
ขับมาถึงแยกโพธิ์สามต้น ตั้งใจว่าจะเลี้ยวรถกลับก็พอดีมีวิทยุแจ้งเหตุมาว่า มีคนพบศพลอยมาติดตอม่อสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย พอได้ยินดังนั้น จึงรีบขับรถไปทันทีเพราะจุดที่พบศพนั้นอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกผมอยู่ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุก็เห็นว่า มีคนยืนมุงดูเต็มไปหมดและมีตำรวจที่รับผิดชอบในท้องที่นั้นยืนอยู่ 3 นาย
พวกผมจึงลงไปสอบถามรายละเอียดก็ทราบแต่เพียงว่า ผู้ตายเป็นผู้หญิงยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เจ้าโจ้กับเจ้าอ้วนจึงลงน้ำไปกู้ศพ ส่วนผมกับเจ้าเอได้ปูผ้าขาวรออยู่บนบกแล้ว เมื่อนำศพขึ้นมาตรวจดูในตัวก็ไม่พบหลักฐานว่าเป็นใคร เพราะไม่พบกระเป๋าสตางค์หรือบัตรที่สามารถจะบอกข้อมูลของผู้ตายได้บ้างเลย
จะมีก็แต่แหวนทองที่นิ้วนางข้างซ้ายของศพที่ยังคงสวมอยู่ รูปพรรณสัณฐานที่พอจะบ่งบอกได้คือ ผู้ตายอายุประมาณ 23-24 ปี ผิวขาว หน้าตาดี ตามร่างกายไม่พบบาดแผล มีก็เพียงแต่รอยช้ำที่หัวคิ้วด้านขวา จึงต้องนำศพไปให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการตาย
ทางตำรวจจึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แล้วจึงให้พวกผมนำศพไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ชันสูตรตามขั้นตอน และตามหาญาติของผู้ตายต่อไป กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเป็นเวลาตี 2 กว่า พวกผมจึงตกลงกันว่าคืนนี้จะพากันไปนอนค้างกันที่บ้านของโจ้เพราะบ้านมันอยู่ใกล้ที่สุด แล้วพรุ่งนี้ค่อยขับรถเข้าศูนย์กัน...
อ่านต่อตอนจบ