Page 3 of 3
ตอนจบ !!
ในตอนนี้ผมมาหยุดเดินอยู่ตรงกึ่งกลางของลานจอดรถพอดี ทั้งหน้าหลังเป็นทางยาวที่หายเข้าไปในความมืดราวกับไม่มีทางสิ้นสุด และไม่ว่าจะคิดไปทางงด้านไหนก็รู้สึกว่ามันเหมือนจะไกลออกไปราว 10 กิโลเมตรผมรู้สึกได้ถึงความหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นในใจ และทำให้เท้าทั้ง 2 ข้างของผมนั้น นักราวกับถูกถ่วงด้วยหิน ในใจผมนั้นไม่อยากที่จะเดินเสียด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะหันเดินไปทางไหน ผมก็คิดว่ามันน่ากลัวทั้ง 2 ทาง มันเหมือนติดกับที่ถูกวางเอาไว้ เพราะลานจอดรถที่นี่เป็นทางยาวตลอด ไม่มีทางช่วงกลางให้รถขึ้นลงได้ อย่างตึกอื่นๆ ที่ผมเคยพบเห็นมาไฟนีออนที่ดับทั้งชั้นทำให้ทั้งช่วงเสาและทางวิ่งรถมืดราวขุมนรก แม้จะอยู่ถึงชั้นที่ 16 แต่ไม่มีลมพัดเข้ามาถูกตัวผมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมรู้สึกร้อนอ้าว จนเหงื่อไหลทั้งหน้าและทั้งตัว แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่า นั่นเป็นเหงื่อที่เกิดจากความร้อนของบรรยากาศหรือว่ามันเกิดจากความกลัวของผมกันแน่ผมค่อยๆ ใช้ไฟฉายกราดไปทั่วๆ ทุกมุมที่จะผ่านไป มือขวาที่กำกระบองไม้ไว้แน่นนั้น ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนรู้สึกได้ ผมรีบหันกราดไฟฉายกลับหลัง เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติมาจากทางด้านหลังมันเป็นเสียงเหมือนคนเอาเหล็กแหลมๆ หลายๆ อันทิ่มพื้นหรือผนังดังถี่ๆ พอผมฉายไฟไปตามทิศทางนั้นเสียงนั้นก็หยุดไปในทันที แต่พอผมขยับเดิน เสียงนั้นก็ดังตามหลังมาเรื่อยๆ มันดังก้องไปทั้งชั้น ดังเข้าไปที่ในหัวใจของผมด้วย
ผมเดินถอยหลังช้าๆ เพื่อจะดูว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นอะไร และจะดังอีกไหม ผมเดินหันหลังดูมันอยู่อย่างนี้แต่พอผมขยับขาเดินถอยหลังไป 3-4 ก้าว เสียงนั้นก็ดังตามมาติดๆ ผมหยุดกราดแสงไฟฉายไปทั่วลานทั้งกลับไปกลับมา แต่ทุกอย่างทั้งบริเวณก็ไร้วี่แววสิ่งใดแต่แว่บหนึ่งผมเห็นบางอย่างห้อยลงมาจากเพดานปูนตรงกลาง ในชั้นแรกที่ผมไม่เห็นนั้น เพราะผมมัวแต่ส่องทางพื้นราบ แต่ช่วงหนึ่งที่ขอบแสงไฟฉายกราดสูงขึ้น จึงเห็นบางอย่างห้อยลงมาผมตัวแข็งไม่กล้าแม้จะยกไฟฉายขึ้นส่อง แต่จากสายตาผมเริ่มชินกับความมืดมากขึ้น ทำให้เห็นรางๆ ว่าสิ่งที่ห้อยลงมานั้น เป็นเส้นที่พลิ้วไหวได้และดูยังไงผมก็ดูออกว่า นั่นต้องเป็นเส้นผมของคน และความยาวแบบนั้นต้องเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน แต่จะมีผู้หญิงแบบไหนที่ขึ้นไปติดอยู่บนเพดานแบบนั้นได้ผมเพ่งสายตามองขึ้นไปเห็นเป็นรูปร่างตะคุ่มๆ ในความมืดสลัวนั้น มันเหมือนร่างนั้นนอนราบคว่ำอยู่กับพื้น แต่มันเป็นพื้นบนเพดานราวกับแมงมุมยักษ์ที่เกาะเพดานอยู่ยังไงยังงั้น มีเพียงส่วนผมที่ห้อยลงมาเท่านั้นความกลัวทำให้ผมเดินถอยหลังอย่างลืมตัวไปด้านหลัง 2-3 ก้าว ส่วนสายตาของผมก็จับนิ่งอยู่ที่ร่าง ที่ติดหนึบนิ่งอยู่บนเพดานนั้นเขม็ง
และคุณพระคุณเจ้าช่วยร่างนั้นขยับคลานมากับเพดาน ราวกับคลานบนพื้นด้านล่างธรรมดาๆ ตามมาด้วยเสียงที่เหมือนเหล็กแหลมแทงพื้นหรือผนัง ก็ดังมาจากร่างบนเพดานนั่นเอง มันเป็นเสียงที่เกิดจากเล็บปลายนิ้ว ที่คงแหลมคมจิกพื้นเพดานคืบคลานมานั่นเองแต่พอผมหยุด ร่างนั้นก็หยุดด้วย และนิ่งงอยู่อย่างนั้นแต่หากว่าถ้าผมหันหลังและออกวิ่งสุดฝีเท้าล่ะ ผมไม่กล้าคิด ผมถอยหลังมาเรื่อยๆ ช้าๆ ร่างนั้นบนเพดานก็คลานตามมาช้าๆ เช่นเดียวกัน พร้อมๆ กับเสียงแก๊กๆ นั่นด้วยมันนานราวเป็นชั่วโมงหรือาจกว่านั้น จนผมถอยมาอีกไม่เกิน 2 ก้าว หลังผมจะติดผนังสุดทางลานจอดรถผมจึงหยุดและตัดสินใจเด็ดขาด ยกไฟฉายในมือขึ้นส่องไปที่ร่างบนเพดานนั้นแบบเต็มๆและภาพนั้นทำให้ผมผงะถอยหลัง ล้มลงก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น เพราะบนเพดานนั้นเป็นร่างของผู้หญิงในชุดนอนสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือด ใบหน้านั้นเน่าเฟะ เนื้อหนังหลุดห้อยจนเห็นกระดูกหน้าขาวบางส่วน แต่ดวงตากลับยุบหายโบ๋เข้าไปทั้งสองข้าง อ้าปากส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบไปทั่วและคืบคลานเข้ามาหาผม พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบๆ ก้องไปทั้งชั้นที่ 16 ผมหลับตาเมื่อเห็นใบหน้าเน่าเฟะนั้น ยื่นใกล้ลงมาที่ผม และสติของผมก็ดับวูบลงแค่นั้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดผมมาตื่นขึ้นที่ห้องพักยามชั้น 1A และได้รับรู้ความจริงว่า ชั้นที่ 16 นั้นเคยมีการฆ่ากันตาย โดยสามีของผู้หญิงเองพาเมียตัวเองขึ้นมาฆ่าทิ้งบนชั้นที่ 16 นี้เมื่อปีที่แล้ว หลายคนเจอดีแบบผมมาแล้วเช่นกันครับ
ขอขอบคุณ นิตยสารผี ๔๘