สะเดา - น้ำปลาหวาน เครื่องจิ้มที่กินกันในหน้าหนาว เพราะช่วงนี้สะเดาออกดอกมากและกุ้งแม่น้ำหาง่าย คนโบราณกินคู่กับกุ้งแม่น้ำเผา สมัยก่อนมีกุ้งขึ้นมาเต็มเมื่อถึงหน้าหนาว ดังคำโบราณพูดกันว่า "กุ้งเผา สะเดาลวก น้ำปลาหวาน" ต่อมานิยมกินกับปลาดุกย่างเพิ่มขึ้น อาหารจานนี้เกิดจากความชาญฉลาดของคนโบราณ ที่นำเอาผักที่มีรสขมมันอย่างดอกสะเดามากินกับรสหวานของน้ำปลาหวาน ทำให้เกิดความสมดุลในรสชาติอร่อยเฉพาะตัว
สะเดา - น้ำปลาหวาน
เครื่องปรุง
1. สะเดาอ่อน 5 - 10 กำ
2. ปลาดุกอุย น้ำหนัก 400 กรัม 1 ตัว
3. กุ้งแม่น้ำ 2 ตัว
น้ำปลาหวาน
1. น้ำตาลปี๊ป 2 ถ้วย
2. น้ำมะขามเปียกข้น 1/2 ถ้วย
3. ผักชีเด็ดเป็นใบ 1 ต้น
4. หอมแดงเจียว 1/4 ถ้วย
5. พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ 1/4 ถ้วย
6. น้ำปลา 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
1. ล้างสะเดาให้สะอาด พักให้สะเด็กน้ำ ใส่ลงในหม้ออีกใบ ต้มน้ำให้เดือด เทใส่สะเดาให้ท่วม ปิดฝาไว้สักครู่ เทน้ำทิ้ง ใส่น้ำเย็นแช่สะเดาทิ้งไว้
2. ทำน้ำปลาหวานโดยผสมน้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลาเข้าด้วยกัน ตั้งไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวจนมีลักษณะข้นเหนียว ยกลง
3. ล้างปลาดุกให้หมดเมือก ผ่าท้อง ควักไส้ออก ล้างอีกครั้งให้สะอาด บั้งข้างตัวปลาทั้ง 2 ด้าน นำปลาดุกไปย่างบนตะแกรงที่ทาน้ำมันไว้แล้วด้วยไฟกลาง จนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ส่วนกุ้ง ล้างให้สะอาดย่างเหมือนปลาดุกให้สุกจะออกสีส้ม พักไว้
4. วิธีจัดเสริฟ ตักน้ำปลาหวานใส่ถ้วย โดยหอมแดงเจียว พริกทอด ใบผักชี จัดสะเดา ปลาดุกย่าง กุ้งย่างลงในจาน วางถ้วยน้ำปลาหวานข้าง ๆ