คุมน้ำหนักให้พอดียามท้อง | เตรียมตัวเป็นคุณแม่ | แม่และเด็ก - เพ็ชรสังข์.คอม
ads-kids
airban-300x90
/ads-Health
พัฒนาการที่ควรสงสัยว่าผิดปกติ เด็กอายุ 1-3 เดือน เด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไป จะเริ่มตื่นขึ้นมา...
Rss  
6 สาเหตุต้องสังเกตยามทารกร้องไห้ 6 สาเหตุต้องสังเกตยามทารกร้องไห้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็สงสัยว่าลูกน
ลักษณะทั่วไปของทารกแรกเกิดลักษณะทั่วไปของทารกแรกเกิด บทความกล่าวถึง อวัยวะต่างๆของทารก เช่น ตา
ระวัง ! เขย่าตัวลูกอันตรายกว่าที่คิด ระวัง ! เขย่าตัวลูกอันตรายกว่าที่คิด การเขย่าตัวลูกแรงๆ ไม่ว่าจะเกิด
การฝึกนิสัยการนอนการฝึกนิสัยการนอน เคล็ดลับในการฝึกให้เด็กทารกและเด็กเล็ก มีนิสัยในก
ฮิต: 734
พิมพ์

คุมน้ำหนักให้พอดียามท้อง

หนึ่งในศิลปะในการดูแลสุขภาพของแม่ท้องเริ่มต้นด้วยการใส่ใจเรื่องน้ำหนัก และดูแลอาหารการกินให้พอเหมาะ เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และคุณลูกนั่นเอง
ช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์แบบนี้ ทุกส่วนของร่างกายย่อมมีการยืดขยายไปตามสรีระที่เปลี่ยนแปลง แต่อย่าให้มากเกินไป ควบคุมให้อยู่ตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ ไตรมาสแรกควรเพิ่ม Prepare-mother-111-1.5 กิโลกรัม ไตรมาสที่ 2 ควรเพิ่มอีก 4-5 กิโลกรัม และไตรมาสที่ 3 ควรเพิ่มอีก 5-6 กิโลกรัม โดยรวมแล้วน้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มขึ้นประมาณ 12-15 กิโลกรัม เพราะถ้าน้ำหนักเพิ่มมากหรือน้อยกว่านี้ โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ก็จะเพิ่มมากขึ้นได้ ถ้าคุณแม่น้ำหนักตัวมากกกว่าเกณฑ์ปกติอาจจะมีปัญหาเรื่องน้ำตาลในเลือดสูง กว่าปกติ เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือมีโอกาสเกิดอาการครรภ์เป็นพิษสูง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าน้ำหนักตัวของคุณแม่เพิ่มน้อยไป ลูกในท้องก็เสี่ยงภาวะเจริญเติบโตช้า เพราะรกทำงานผิดปกติ หรือน้ำหนักที่ขึ้นน้อยอาจเกิดจากตัวลูกมีความผิดปกติหรือพิการแต่กำเนิดก็ ได้

การคุมน้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์
เพียงแต่จะต้องควบคุมให้ถูกต้อง เพื่อให้สารอาหารต่างๆ สมดุลเพียงพอต่อการไปเลี้ยงดูลูกน้อยในครรภ์และไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อ ทั้งตัวคุณแม่และลูก เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่ควรใช้วิธีอดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่ใช้หลักการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบคุณค่าจะดีกว่า ไม่กินจุบจิบหลังจากที่อาการแพ้ท้องหายแล้ว ส่วนการกินอาหารเสริมแทบจะไม่จำเป็น ถ้าคุณแม่เลือกกินอาหารได้ครบทั้ง 5 หมู่ เพราะการกินอาหารเสริมมากอาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มมากกกว่าปกติ เรียกว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดีด้วยซ้ำไป นอกจากอาหารที่ควรควบคุมแล้ว สารอาหารอื่นๆ คุณแม่ตั้งครรภ์ยังคงต้องกินเหมือนเดิม เพราะสารอาหารเหล่านั้นมีประโยชน์สำหรับทั้งคุณแม่และคุณลูก และห้ามลดปริมาณลงเด็ดขาดก็คือ

โปรตีน เพราะสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองของลูกในครรภ์ ปกติร่างกายจะต้องการโปรตีนวันละ 0.8-1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะต้องการโปรตีนเพิ่มจากเดิมอีก 7-10 กรัม ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม

แคลเซียม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องการปริมาณแคลเซี่ยม 1,200 มิลลิกรัม หรือประมาณ 6 กล่องต่อวัน

เหล็ก ร่างกายจะสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจาเนื้อสัตว์หรือนมได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่ อยู่ในผัก และหากขาดธาตุเหล็กจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางทั้งในแม่และลูก และอาจจะส่งผลให้ตกเลือดขณะคลอดได้ ส่วนใหญ่ธาตุเหล็กแฝงอยู่กับอาหารชนิดอื่นๆ ด้วยคุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะช่วยป้องกันการขาดธาตุเหล็กได้

โฟเลต เป็นวิตามินจำเป็นในการสร้าง DNA ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมจำเป็นในการแบ่งเซลล์ การสร้างเม็ดเลือดแดง และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่างๆ คุณแม่ตั้งครรภ์ร่างกายจะต้องการโฟเลตมากกว่าเดิมถึง 1 เท่าตัว และถึงคุณหมอจะให้โฟเลตเม็ดเสริมมาแล้ว คุณแม่ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และเน้นผักใบเขียวซึ่งเป็นแหล่งโฟเลตอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูลจากนิตยสาร ModernMom : Aug.2008


ฝึกลูกขับถ่ายให้ถูกวิธี เมื่อลูกของคุณเริ่มเมียงๆ มองๆ คนอื่นเข้าห้องน้ำหรือเริ่มรู้จ

ป้องกันลูกน้อยจากโรคที่มากับเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศนี่ก็เป็นอีกตัวการหนึ

กลวิธีใส่ใจดูแลหูให้เจ้าตัวน้อย เอาใจคุณแม่ที่มีเจ้าตัวน้อยวัยซนกับวิธีดีๆ ในการดูแล

ลูกตื่นมาขอนมตอนตี 2 ทุกวันทำยังไงดี ถาม : ตอนนี้ลูกอายุเกือบ 2 ขวบแล้วค่ะ แต่ช่วงกลางคืนป


postfree-250

You are here:   เพ็ชรสังข์แม่และเด็กเตรียมตัวเป็นคุณแม่คนใหม่คุมน้ำหนักให้พอดียามท้อง
ลิขสิทธิ์ © 2008 - 2012 เพ็ชรสังข์.คอม  สงวนใว้ซึ่งสิทธิ์ทั้งหมด
152/1 หมู่ 4 ต.เกาะขันธุ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 80180  ติดต่อ 081-668-3046 , Tel./Fax. 075-380-484  E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.