จะแก้ไขอย่างไรเมื่อคุณถูก 4 โรคร้ายคุกคาม
1.เป็นเริมต้นเหตุ : เริมเกิดจากเชื้อไวรัสที่เกาะอยู่ตามผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ ช้อน ส้อม และของสาธารณะที่เราบังเอิญต้องไปใช้ร่วมกับคนอื่น บางคนอาจจะติดเชื้อเริมเพราะเผลอเกาอวัยวะช่วงล่าง แล้วเอามือที่ยังไม่ได้ล้างนั้นมาลูบปากตัวเอง ทำให้เชื้อโรคจากข้างล่างมาโชว์โฉมอยู่บนหน้าโดยไม่ตั้งใจ
อาการ : คนเป็นเริมจะมีตุ่มใสๆ ขึ้นรวมกันเป็นกระจุกคันนิดๆ แต่ถ้าตุ่มนี้แตกจะปวดแสบปวดร้อนจนเป็นไข้ ที่สำคัญคือถ้าใครเป็นเริมแล้วจะไม่หายขาด เมื่อไรที่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ เชื้อไวรัสเพื่อนซี้ก็จะแผลงฤทธิ์ทันที
ข้อห้ามยามเป็นเริม1. ห้ามดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะน้ำมังสวิรัติพวกนี้จะทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอ คนที่ยังไม่เป็นก็จะเป็น ส่วนคนที่เคยเป็นเริมแล้วเริมจะกลับมาอีกทันที
2. อย่าใช้แก้วน้ำ ช้อน ส้อม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว กระดาษทิชชู่ร่วมกับคนอื่น ถ้าไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นตัวพาหะแพร่เชื้อเริมให้เพื่อนๆ
ข้อควรทำยามเป็นเริม1. หมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรง ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด

2. พักผ่อนให้เพียงพอ
3. แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหลวมๆ ใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี เพราะเชื้อไวรัสจะเติบโตได้เร็วในที่อับชื้น หรือตามเนื้อตัวที่ใส่เสื้อผ้ารัดๆ
4. ล้างมือบ่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ควรอาบน้ำตอนกลางวันด้วย
2.มีกลิ่นปากต้นเหตุ : กลิ่นปากเกิดจากหลายสาเหตุเช่นอาจจะเป็นเพราะแบคทีเรียที่ทำมาหารับประทานอยู่ในช่องปากของคุณ ฟันผุ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ
ข้อห้ามยามปากเหม็น1. ทานอาหารรสจัดที่จะช่วยทำให้มีแบคทีเรียเพิ่มขึ้นเช่น หัวหอม น้ำพริกกะปิ ส้มตำ
2. ไม่บ้วนปากหลังทานอาหาร
ข้อควรทำยามปากเหม็น1. พกน้ำยาบ้วนปากไว้บ้วนบ่อยๆ แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ
2. เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาลหลังมื้ออาหาร
3. จิบน้ำบ่อยๆ ยิ่งถ้าได้ชาเขียวร้อน (แบบไม่มีน้ำตาล) จะยิ่งดีมาก
3.เท้าเหม็นต้นเหตุ : กลิ่นเท้าเกิดจากแบคทีเรียที่กินเหงื่อตามง่ามเท้าอับๆ ของคุณเป็นอาหาร
ข้อห้ามยามเท้าเหม็น1. ถอดรองเท้าในที่ที่มีคนอื่นอยู่ด้วย โดยเฉพาะในห้องที่ไม่มีที่ระบายอากาศ
2. ใส่ถุงเท้าซ้ำโดยไม่ซัก
ข้อควรทำยามเท้าเหม็น1. ใช้สบู่ที่ผสมตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียฟอกตามง่ามเท้าและนิ้วเท้าทุกวัน
2. ทำความสะอาดรองเท้าทั้งด้านในและด้านนอกเป็นประจำ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือต้องเอารองเท้าออกผึ่งแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่หลบอยู่ข้างใน
3. ใช้สเปรย์ดับกลิ่น หรือแป้งเย็นชนิดลดเหงื่อเท้าทาเท้าก่อนสวมรองเท้า
4.เป็นเชื้อราในช่องคลอดต้นเหตุ : รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นไม่ดีพอ เช่น อาจจะใช้ผ้าอนามัยผืนเดียวตลอดวัน ใส่กางเกงชั้นในที่อับชื้น ทำให้เกิดเชื้อรา
อาการ : คันบริเวณต้องห้าม ตกขาวมักจะมีสีเหลืองขุ่น มีกลิ่นคาว ปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ
ข้อห้ามยามเป็นรา1. หมกกางเกงชั้นในไว้นานเป็นอาทิตย์แล้วค่อยซัก นั่นเท่ากับคุณกำลังให้เวลาเชื้อราได้ฟักตัว
2. ตากกางเกงชั้นในในห้องน้ำที่อับชื้น แสงแดดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
3. ใช้สายชำระฉีดล้างจุดซ่อนเร้น เนื่องจากสายชำระเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่มักจะมีเชื้อราซ่อนอยู่
ข้อควรทำยามเป็นรา1. ทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่มีแลคโตบาซิลลัส จุลินทรีย์พวกนี้จะช่วยกำจัดเชื้อราให้หมดไป
2. ถ้ามีผื่นแดงควรทายาฆ่าเชื้อรา แต่ถ้าคันข้างในช่องคลอดต้องใช้ยาเหน็บตามที่แพทย์สั่ง
ขอขอบคุณ ที่มา : spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต