Page 2 of 2
ตอนจบ!!
เมียของไอ้ทะนงเป็นคนสวย แม้อายุจะปาเข้า 45-46 แต่ยังเช้งวับไม่สร่างแถมยังดูเจ้าชู้อีกต่างหาก ไอ้ทะนงทั้งหึงทั้งหวงอย่างสุดชีวิต แต่ก็ยังมีหนุ่มคนหนึ่งหิ้วเอาไปเชยชมจนได้ และเมื่อสบโอกาสก็เก็บข้าวของส่วนตัวหนีเตลิดไปอยู่กับไอ้หนุ่มคนนั้น โดยทิ้งลูกที่มีด้วยกัน 1 คน ไว้ให้ดูต่างหน้าตอนนี้เองที่ไอ้ทะนงเครียดหนัก เห็นอะไรเกะกะขวางหูขวางตาไปหมด มันเบื่อแมวเบื่อสุนัขจนตายไปหลายตัว บางตัวก็พิกลพิการโดยเฉพาะแมวของยายพุดบางตัวก็คลานลากขา เห็นแล้วน่าสงสารมาก
"เลี้ยงไม่ดีเองนี่หว่า ช่วยไม่ได้" มันอ้างของมันอย่างไม่สำนึกในบาปบุญคุณโทษ โชคดีที่ผมขังสุนัขเอาไว้ในขอบเขตรั้ว จึงไม่มีตัวไหนน้ำลายฟูมปากกลับมาเหมือนแมวตัวอื่น มีเพื่อนบ้านหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ไอ้ทะนงทำ พอไปบอกกล่าวก็ถูกไอ้ทะนงตอกกลับมา จนไม่มีใครกล้าไปตอแยด้วยนางรานีไปอยู่กับหนุ่มรุ่นน้องได้ไม่กี่เดือน ก็เห็นกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกไม่รู้ว่าไอ้ทะนงมันยอมรับได้อย่างไร เพราะรู้ทั้งรู้ว่านางรานีหนีไปกับหนุ่มคนหนึ่ง หากเป็นเมียผมไม่มีทางให้เข้าบ้านอย่างเด็ดขาดเมื่อกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีก นางรานีก็ทำตัวเป็นเมียที่ดีเป็นแม่ที่ดีของลูกได้อย่างน่าใจหาย เหมือนคนสำนึกผิดที่กลับเนื้อกลับตัวได้แล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละ ตะกั่วมันก็ยังเป็นตะกั่วอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางเป็นทองคำไปได้นางรานีชอบหนีเที่ยวด้วยข้ออ้างสารพัด โดยที่ไอ้ทะนงก็เชื่อใจบางทีก็ไปส่งถึงที่ด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้นนางรานีจะไปต่อกับใครที่ไหนไม่ทราบได้ มันยิ่งกว่านางโมรา-กากี กลับชาติมาเกิดเป็นไหนๆ
ไอ้ทะนงระแคะระคายจากเพื่อนๆ แต่ไม่กล้าขึ้นเสียงกับเมียของมัน เพราะกลัวว่าเมียจะเก็บข้าวของหนีไปอีก มันอยู่อย่างหวานอมขมกลืน เพราะไม่กล้าแสดงอาการหึงหวงหรือต่อว่าเมียของมัน ทำให้เมียของมันได้ใจขึ้นทุกวัน บางวันเมียของมันหายออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด มันต้องไปขายเนื้อแดดเดียวที่ตลาดเอง กลับมาก็หมักเนื้อตากแดด นั่งเฝ้านอนเฝ้า พอบ่ายแก่ๆ ก็เก็บไปขายตลาดแลงหรือตลาดเย็น แทนเมียของมันที่เอาแต่เริงสนุกช่วงนี้มีเพื่อนบ้านหลายคน ที่กล้าเข้าไปยุ่งกับเรื่องราวส่วนตัวของมัน แต่ก็เข้าไปในทางดีคือบอกกล่าวแนะนำมันโดยยกเอาพฤติกรรมของนางรานี บอกกล่าวให้มันได้รับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
ผมเองก็สงสารมันที่ประสบปัญหาครอบครัว แต่อีกใจก็ไม่ชอบที่มันทำร้ายแมวและสุนัข ที่ไปขโมยเนื้อตากแดดและแมวแถวบ้านแทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
มีแมวตัวหนึ่งกระเสือกกระสนมาหน้าบ้านผม และสุนัขที่ผมเลี้ยงก็เห่าไม่หยุด ผมเห็นแมวตัวนั้นล้มตะแคงกับตาและมีน้ำลายเป็นฟองเต็มปาก ก็รู้ว่าโดนยาพิษเข้าให้จึงเอาน้ำที่ผมแช่เข้าเหนียวกรอกปากให้เผื่อมันจะรอด ผมไม่ทราบว่าเป็นแมวของใคร แต่สาปแช่งคนที่ใจร้ายใจดำ ที่ทำกับมันได้อย่างอำมหิต ซึ่งก็มีคนเดียวเท่านั้นคือไอ้ทะนงนั่นเอง
แมวตัวนั้นโดนน้ำแช่ข้าวกรอกปากจนสำรอกออกมา แต่สักพักมันก็ดิ้นกระตุกอย่างแรง แล้วออกอาการชักอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตาผม
นางโมรา-กากียุคใหม่หายหน้าหายตาไปอีกครั้ง ไม่รู้ไปอยู่ไหน คนที่ระทมทุกข์ก็คือไอ้ทนงไม่รู้เหมือนกันว่ามันพิศวาสและหลงใหลอะไรนักหนา มันไม่ทำมาหากินอะไร พ่อค้าที่เอาเนื้อมาส่งก็หิ้วถุงกลับ เพราะมันไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไรจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ลูกชายของมันตื่นนอนขึ้นมา แล้วพบผู้เป็นพ่อนอนน้ำลายฟูมปากอยู่อีกห้อง จึงร้องบอกเพื่อนบ้าน ผมอยู่ไม่ไกลนักก็ไปดูด้วย แต่ก็ได้แค่ดูเพราะไอ้ทะนงตัวแข็งทื่อไปแล้ว
มันซดยาพิษหนีปัญหา ที่เมียของมันหอบเสื้อผ้าหนีไปกับผู้ชาย แต่มันก็ตัดช่องน้อยไปแต่พอตัวเพราะลุกยังเล็กอยู่และเพิ่งเรียนชั้นประถมต้นเท่านั้นผมมองสภาพศพของมันที่นอนตัวแข็งทื่อ ด้วยน้ำลายฟูมปากแล้วนึกถึงแมวที่ถูกมันเบื่อตายขึ้นมาทันที หรือว่ากรรมที่มันทำกับแมวได้มาถึงตัวมันแล้ว
โดย : สงกรานต์ เวียงชาติ
ขอขอบคุณ นิตยสารรวมกฎแห่งกรรม